สวัสดีครับ หลังจากที่เราได้คุยกับไปบ้างแล้วถึงการที่จะเลือก CMS สักตัวมาทำเว็บไซต์ ว่าควรจะเป็นตัวไหนดี ซึ่งผมได้แนะนำให้ดูจากตัวเราเป็นหลักว่า CMS ตัวไหนตอบโจทย์เรามากกว่ากัน ถ้าสมมุติว่าเราเลือกเป็น Joomla แล้วมันจะดีต่อการทำเว็บของเราจริงๆ รึป่าว วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ

 

การทำเว็บไซต์ด้วย Joomla หรือถ้าคนที่จะรับทำเว็บไซต์ด้วย Joomla ให้กับลูกค้านั้น ต้องเข้าในพื้นฐานการจัดการของ Joomla กันก่อนนะครับวันนี้ผมขอยกส่วนหลักๆ ที่มีผลในด้านการทำเว็บไซต์ด้วย Joomla อยู่ 3 ส่วนนะครับ โดยจะเน้นไปที่

  •  การนำเนือข้อมูลผ่าน Extension
  • การทำเนื้อหาหรือ Content
  • การจัดการด้าน SEO

 

Extensions ส่วนเสริมที่มีความยืดหยุ่นในการแสดงผลในหน้าเว็บไซต์

   โดยทั่วไปแล้ว เราทราบกันอยู่แล้วว่า Joomla เป็น CMS ที่ไว้จัดการด้านเนื้อหาหรือ Content เป็นหลัก และยังสามารถเพิ่มเติมฟังค์ชั่นอื่นๆจาก Extensions ต่างได้ โดยนำมาแสดงผลผ่านทาง Module หรือ Plugin ซึ่ง บางฟังค์ชั่น ที่เป็นตัวหลักๆ อย่าง แกลอรี่ เว็บบอร์ด ฟอร์ม หรือ การทำเว็บขายของ ก็จะสามารถใช้ในส่วน Component มาเพิ่มเป็นตัวหลักก็ได้เช่นกัน ผมจึงสรุปง่ายๆ ดังนี้นะครับ

  1. Components ถ้าต้องการจัดการแสดงเนื้อหาหรือข้อมูลเฉพาะ ที่มีฟังค์ชั่นการใช้งานครบถ้วน เช่น แกลอรี่ เว็บบอร์ด ฟอร์ม กิจกรรม หรือ การทำเว็บขายของ ต้องใช้ Component มาเพิ่มใน Joomla นะครับ
  2. Module ถ้าต้องการแสดงเนื้อหาข้อมูลบางส่วน รูปภาพบางรูป วีดีโอคลิป ฟอร์มติดต่อแบบง่ายๆ เมนูลิงค์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่แสดงเป็นบางตำแหน่งในหน้าเว็บไซต์ โดยที่เราสามารถเลือก เปิดหรือปิด การแสดงผลได้ ในแต่ละหน้า แบบนี้ต้องใช้เป็น Module ครับ
  3. Plugin เป็นฟังค์ชั่น ที่ไว้ใช้งานในส่วนที่แสดงผลแบบทุกหน้าของเว็บไซต์ เช่น ปุ่มแชร์ใน Content , Comment ใต้ Content หรือ การเพิ่ม Code หรือ Script ในเว็บไซต์ ก็สามารถที่จะเลือกใช้ Plugin เป็นตัวจัดการ

ถ้าเราสามารถจัดการข้อมูลหรือนำเสนอข้อมูล ที่มีความแตกต่างกันในเว็บไซต์ได้ ก็จะทำให้เราสามารถแสดงหรือนำเสนอ สิ่งเหล่านี้ให้กับคนที่เข้ามาชมเว็บไซต์เราได้อย่างมากมาย และมีความแตกต่างและหน้าสนใจมากยิ่งขึ้นนั้นเอง

 

Content การจัดการเนื้อหาหรือบทความ ที่รองรับการนำเสนอในหลายๆด้าน

   นอกจากการที่เราจะทำเนื้อหาหรือข้อมูลผ่านทาง Content แล้วนั้น เรายังสามารถกำหนด รูปแบบการแสดงผลของ Content ได้หลายแบบ ทั้งแบบ Categoly blog แบบ Category list และแบบ Single Article โดยในแต่ละแบบ ยังสามารถกำหนดรูปแบบ หรือรายละเอียดการแสดงผลที่แตกต่างกันได้อีก เช่น การจัดเรียง การกำหนดแสดงข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม การกำหนดแสดงฟังชั่น ปริ้น เมล์ เป็นต้น จึงทำให้การแสดงผลของข้อมูลนั้น มีความแตกต่างกันได้อย่างอิสระ รวมถึง ยังสามารถกำหนดรูปแบบเฉพาะ หรือ Page Class สำหรับแต่ละหน้าที่เรานำเสนอข้อมูลได้อีกด้วย

   และอีกอย่างที่เป็นส่วนสำคัญในการแสดง Contents ในเว็บไซต์ก็คือ Module Content ที่มีหลายตัวให้เราเลือกใช้ หรือดาวน์โหลดมาใช้ เพื่อให้เราสามารถนำเสนอ Content ในหน้าเว็บไซต์ที่แตกต่างกันได้อีกหลายแบบมากมาย อาทิเช่น Display news , Mini FrontPage หรือ BT Content Slider เป็นต้น

 

SEO เราสามารถกำหนดการแสดงข้อมูลเพื่อผลดีต่อการค้นหาใน Search Engine ได้หลายวิธี

1.การกำหนด Metadata

   โดยปกติแล้ว คนที่ทำเว็บด้วย Joomla จะกำหนดในส่วน Metadata ที่ Global Configuration เป็นหลัก แต่จริงๆแล้ว เราสามารถกำหนด Metadata ได้หลายตำแหน่งมากมายๆ เช่น ใน Global , menu หรือ Content เพื่อให้เกิดความแตกต่างของ Meta Description และ Meta Keywords เพราะความเป็นจริงแล้ว Search Engine ต้องการคำอธิบาย ที่ตรงต่อข้อมูลมากที่สุด ถ้าเรากำหนดในส่วนนี้ได้ดี ก็จะมีผลดีต่อเว็บเรา

2 การ กำหนด Keyword

   จากข้อที่ 1 ในส่วน Keyword ก็เหมือนกัน ถ้าเรามีการแยก Seed หรือ Mass keyword, Niche keyword, Longtail keyword โดยใช้การ Focus keyword กำหนด ลงไปในแต่ละหน้า ให้แตกต่างกัน เราก็จะได้ Keyword หลายตัว ที่มีความสำคัญในกลุ่มของธุรกิจหรือข้อมูลที่เราจะนำเสอนั้นเอง เช่น หน้าแรก อาจจะเป็น เรียนต่อต่างประเทศ และในหน้า Category blog หรือ Category list ก็อาจจะเป็น เรียนต่ออเมริกา และในส่วน Content ก็กำหนดให้เป็น ชื่อของมหาลัยในอเมริกา นั้นเอง การทำแบบนี้ เราจะได้ keyword เรียนต่อต่างประเทศ, เรียนต่ออเมริกาและชื่อของมหาลัยในอเมริกา นั้นเอง (เราไม่จำเป็นต้องยัด Keyword ทั้งหมดในตำแหน่งเดียว เพราะ Search Engine ไม่ต้องการ Keyword ที่ซ้ำๆกัน ในทุกหน้า นั้นเอง)

3.Microdata การแสดงข้อมูลที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นให้กับ Search Engine (มาร์กอัป: schema.org)

   อีกสิ่งหนึ่งที่เราๆ ที่ใช้ Joomla อาจจะไม่ได้คิดถึง หรืออาจจะไม่ได้สังเกตุ นั้นก็คือ ตัว Content นั้น ถูกนำเสนอในหน้าเว็บไซต์แบบ Microdata ด้วย หรือที่เรีกว่า ข้อมูลที่มีโครงสร้าง ใน Google Search Console ทำให้ Search Engine ต่างๆ จะเข้าใจได้ง่าย ว่าเราต้องการจะสื่ออะไร แต่ถ้าใน Template ที่เราเลือกใช้ มีการกำหนดรูปแบบเฉพาะของ Contents เอาไว้ ก็อาจจะส่งผลให้ ในส่วนนี้หายไปด้วยนะครับ

4.แยก Page Title ได้อย่างอิสระ

การทำ Content นั้น โดยปกติแล้ว ชื่อ หรือ Title ของ Content นั้นๆ จะถูกนำมาใช้เป็น Page Title เสมอ แต่ความเป็นจริงแล้ว เรายังสามารถกำหนด Page Title ที่แตกต่างกับ Title ของ Content ได้ด้วย รวมถึง Page Title ในส่วน Menu ต่างๆ ก็สามารถกำหนดได้อย่างอิสระ ไม่ยึดติดกับ Content หรือ Component เสนอไปนั้นเอง จึงทำให้ การแสดง ข้อมูลจาก Page Title ในส่วนของการค้นหาจาก Search Engineสามารถกำหนด Keyword หรือ คำสำคัญได้ดีขึ้น โดยไม่ถูกบังคับจากชื่อของ Content นั้นเอง

 

เอาละครับในบทนี้ผมขออธิบายไว้เท่านี้ก่อนนะครับ จริงๆยังมีอีกหลายจุด ที่การทำเว็บไซต์ด้วย Joomla เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งนะครับ ที่เราไม่ควรมองข้ามและต้องลองศึกษาดูครับ